ดูบทความพระวิหารหลวง วัดพระธาตุศรีจอมทอง วรวิหาร

พระวิหารหลวง วัดพระธาตุศรีจอมทอง วรวิหาร


ตามตำนาน พระบรมธาตุศรีจอมทอง ที่ได้บันทึกเหตุการณ์ในช่วงของการสร้างวัดพระธาตุ ศรีจอมทองในสมัยราชวงศ์มังราย กล่าวถึง

จุลศักราช ๘๗๘ (พ.ศ. ๒๐๖๐)  พระรัตนราช  (พระเมืองแก้ว)  เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่  เมื่อได้ทรงทราบจากพระมหาพุทธญาโณ ว่า
“พระบรมธาตุเจ้าได้มาประดิษฐานอยู่ที่วัดพระธาตุศรีจอมทอง ภายในอาณาเขตแว่นแคว้นของพระองค์เช่นนั้นแล้ว” ก็มีพระทัยยินดีปีติ
ปราโมทย์เป็นกำลัง จึงรับสั่งแก่ พระมหาพุทธญาโณเถระว่า

“ขอพระคุณเจ้า จงไปจัดการเริ่มปฏิสังขรณ์ปลูกสร้างพระวิหารหลังหนึ่ง ให้เป็น ๔  มุขเหมือนวิหารวัดชัยศรีภูมิ แล้วให้ก่อปราสาทหลัง
หนึ่งให้เหมือนปราสาทอันมีอยู่ในพระอุโบสถ  วัดมหาโพธิหลวง  (วัดเจ็ดยอด)  ไว้ภายในท่ามกลางพระวิหารนั้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐาน
พระบรมธาตุเจ้าให้เป็นอัครสถานอันประเสริฐต่อไป”


ดังนี้แล้ว  ทรงประทานเงินหมื่นหนึ่ง เพื่อเป็นค่าอุปกรณ์ในการก่อสร้าง พระเถระเจ้ารับคำแล้ว พร้อมด้วยตาปะขาวนักบุญและนายช่าง
ทั้งหลายไปสู่วัดพระธาตุศรีจอมทองร่วมกับเจ้าอาวาส เริ่มการปลูกสร้างพระวิหารและปราสาทในปี ชวด อัฏฐศก พ.ศ. ๒๐๖๐ ตามแบบ
ที่พระเมืองแก้วเจ้าผู้ครองนครนั้นสั่งทุกประการ (ตำนานพระบรมธาตุจอมทอง, ๒๔๙๑)

 

ภาพอดีต จาก หนังสือสมุดภาพ กรมหมื่นพิทยลาภฯตอตรวจราชการ
กระทรวงธรรมการเมื่อคราวเสด็จตรวจราชการมณฑลพายัพ ในปี พ.ศ. ๒๔๗๒

จุลศักราช ๙๑๘ (พ.ศ. ๒๑๐๐) พระนางมหาเทวี เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่
ได้รับสั่งให้ปฏิสังขรณ์ พระวิหารพระบรมธาตุจอมทองอีกครั้ง

จุลศักราช ๑๑๗๘ (พ.ศ. ๒๓๖๐) เดือน ๖  เหนือ ขึ้น ๑๒ ค่ำ เจ้าเสตหัตถี 
(พระเจ้าช้างเผือก) เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ได้มีศรัทธาไปปฏิสังขรณ์พระวิหาร
วัดพระธาตุศรีจอมทอง พร้อมด้วยเสนาอำมาตย์ราชบริพารและพระภิกษุสงฆ์เป็น
จำนวนมาก ถึงปี พ.ศ. ๒๓๖๓ พระเจ้าช้างเผือกนครเชียงใหม่ เสด็จไปปิดทอง
เสาพระวิหาร  วัดพระธาตุศรีจอมทองและ   กำแพงวัด  แล้วมีการถวายทานตาม
ประเพณีนิยม

พ.ศ. ๒๔๐๖  ครูบามหาวัน เ จ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทอง พร้อมด้วยกำนัน
แสนสุรินทร์ อาจารย์แสนสิทธิ อาจารย์วัดและศรัทธาชาวบ้านทุกหลังคาเรือนได้
เปลี่ยนช่อฟ้าป้านลมพระวิหารทำแท่นบูชาปิดทองเสาฉัตรสิ้นเงิน ๔๐๐ รูป


พ.ศ. ๒๔๖๐ ปีมะเส็ง เดือน ๕ เหนือ แรม ๔ ค่ำ วันพฤหัสบดี ครูบามหาวันเจ้า
อาวาสพญาชัยเมืองชื่นเป็นกำนันได้รื้อกระเบื้องและระแนง พระวิหารหลวงปฏิสัง
ขรณ์ขึ้นใหม่ มีพระครูอินทร์ชัย  วัดศรีแดนเมืองเป็นประธาน  จุลศักราช  ๑๒๘๑
ปีมะแม เดือน ๓ เหนือ ขึ้น ๑ ค่ำ วันอาทิตย์ ครูบามหาวัน เจ้าอาวาสได้ถึงมรณ
ภาพไป เวลา ๑ ทุ่ม ตรงกันวันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๒ เป็นเจ้าอาวาส ได้
๕๖ ปี รวมอายุได้ ๘๕ ปี ท่านมรณภาพไป ในระหว่างการซ่อมวิหารยังไม่สำเร็จ

การปฏิสังขรณ์พระวิหารยังคงดเนินต่อไปและในครั้งนี้ได้พร้อมกันไปทูลพระราช
ชายาเจ้าดารารัศมี และเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ซึ่งทั้งสองพระองค์
ก็ทรงรับเป็นผู้อุปถัมภ์  ได้ไปช่วยเหลือในการปฏิสังขรณ์ในครั้งนี้  ฝ่ายสงฆ์มีท่าน
เจ้าคุณพระอภัยสารทะ วัดทุงยู เจ้าคณะจังหวัด เชียงใหม่และท่านเจ้าคุณโพธิรังสี
รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ครูบาโพธิวัดดอยแก้ว ครูบาจรณะวัดน้ำลัดพร้อมด้วย
หัววัดต่างๆ ในอำเภอจอมทองและอำเภออื่นๆ มาปฏิสังขรณ์เสร็จแล้ว ทำการถวาย
ทานเป็นการฉลองใน

พ.ศ. ๒๔๖๕  ในการฉลองครั้งนี้  ได้จัดกันอย่างมโหฬาร มีพระภิกษุสามเณร
มาร่วมทั้งในอำเภอ และนอกอำเภอ มีมหรสพต่างๆ ที่ เจ้าแก้วนวรัฐนำมาแสดง
ในครั้งนี้ พลตรีเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครลำพูน ก็ได้มาร่วมการกุศลใน
ครั้งนี้ด้วย การฉลอง วิหารครั้งนี้ได้จัดให้มีงานถึง ๗ วัน


วันที่  ๒๖  พฤษภาคม  ๒๔๙๘ ได้เริ่มลงมือซ่อมพระวิหารอันเป็นที่ประดิษ
ฐานพระบรมธาตุจอมทอง เป็นการซ่อมใหญ่ครั้งที่ ๖ นับแต่เริ่มสร้างมาเปลี่ยน
ช่อฟ้าใบระกา กลอนระแนงและ กระเบื้องมุงหลังคาเป็น กระเบื้องเคลือบสีแดง
หล่อฝาผนังวิหารเล็กทำประตูหน้าต่างใหม่

พ.ศ. ๒๕๓๓  พระครูสุวิทยธรรม (สม สุมิตฺโต)  เจ้าอาวาสในขณะนั้นได้ปฏิ
สังขรณ์พระมณฑปที่ประดิษฐานพระบรมธาตุตามคำแนะนำและควบคุมโดยกรมศิลปากร ลงรักปิดทอง สิ้นทุนทรัพย์ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ปฏิสังขรณ์พระ
วิหารน้อยด้านหลังวิหารจตุรมุข  เปลี่ยนช่อฟ้า  ใบระกาป้านลม เชิงชาย สิ้นทุน
ทรัพย์ ๖๐,๐๐๐ บาท

พ.ศ. ๒๕๔๘ พระเทพสิทธาจารย์ (ทอง สิริมงฺคโล) เจ้าอาวาสวัดพระธาตุ
ศรีจอมทองได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์   พระวิหารหลวงและพระเจดีย์  โดยกรม
ศิลปากร มีโครงการงานบูรณะโบราณสถานก่อสร้างอาคาร เนื่องจากพระวิหาร
และพระเจดีย์ประธานมี สภาพชำรุดทรุดโทรม  รัฐบาลจัดสรรเงินงบประมาณ
จำนวน ๒๘,๐๔๐,๐๐๐. บาท
ตามสัญญาจ้างเลขที่ ๑/๒๕๔๘ ลง ลงวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘

  


ด้านข้างวิหารหลวงทางทิศใต้ภาพเก่าบันทึกไว้เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๘ ก่อนการปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยพระสุวรรณโมลี ศรีบรมธาตุ และ พระครูสุวิทยธรรม

ในปี พ.ศ. ๒๔๙๘ ใช้เวลา ๓ ปี ในการบูรณะครั้งใหญ่มีการเชื่อมวิหารเล็กเพื่อใช้เป็นที่เก็บโบราณวัตถุต่างๆที่ขุดพบในการบูรณะครั้งนั้น กว่า ๓๐๐ ชิ้น

ปราสาทชมพู หรือ โขงพระเจ้า มณฑป ทรงปราสาทในพระวิหารหลวง
เป็นที่ประดิษฐานของพระบรมธาตุ ในภาพคือ พระสุวรรณโมลี ศรีบรมธาตุ
บันทึกภาพไว้เมื่อเสร็จการปฏิสังขรณ์ใหญ่ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐

 

 

04 มกราคม 2562

ผู้ชม 100 ครั้ง